จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

พาสต้า ที่เวนิส

เราเป็นคนที่ชอบกินสปาเกตี มากถึงมากที่สุด ทันทีที่ได้มีโอกาสไปเยือนเวนิส สิ่งแรกที่เราคิดถึงคือพาสต้า หรือสปาเกตี
สปาเกตตี เป็นเส้นชนิดหนึ่งในกลุ่มของเส้นอาหารของชาวอิตาลีที่เรียกว่า พาสต้า (Pasta) มีชื่อออกเป็นภาษาอิตาเลียนอย่างนี้ แต่แท้จริงแล้วต้นแบบของพาสต้ามาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวของจีนนั่นเอง โดยมาร์โคโปโล ชาวเมืองเวนิส ข้าหลวงในราชสำนักจีนสมัยกุบไลข่านหรือพระเจ้าหงวนสีโจ้วฮ่องเต้ เป็นผู้นำไปเผยแพร่ในอิตาลีเมื่อปี ค.ศ.1271 

พาสต้าทำมาจากแป้งต่างๆ มีมากมายถึง 70 ชนิด มีส่วนผสมของแป้งและน้ำเป็นหลัก บางชนิดผสมไข่และน้ำมัน มีการปรุงแต่งให้มีรูปร่าง สีสันสวยงามน่ากิน เช่น สีส้มจากแครอต สีเขียวจากผักขม สีเหลืองจากไข่แดง สีดำจากหมึกปลาหมึก แต่พาสต้าที่นิยมผสมให้เกิดสีสวยนั้นมักเป็นพาสต้า 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ สปาเกตตี้ มักกะโรนี เฟตตูซินี และฟูซิลลี 








ขนมอร่อยของอิตาลี

ได้มีโอกาสนั่งเรือข้ามฟากไป venezia อิตาลี อากาศสบายมาก เที่ยวอยู่ทั้งวัน เดิน ชอป และ กิน ที่ชอบมากคือขนม อิตาลีได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งศิลป และแฟชั่น ความเป็นนักศิลปะ ยังถูกถ่ายทอดมายังขนมที่อร่อยและสวยงามอีกด้วยค่ะ


บริเวณหน้าร้านค่ะ





มีทั้งชอคโกแลตดำ ขาว และเยลลี่


อันนี้คล้ายตังเมบ้านเรา


คิดตตี้ก็มาเที่ยวอิตาลีด้วย







อันนี้คือถั่วตัดค่ะ อร่อยมาก ไม่หวานจัด ทานกับเอกเพรสโซ่ สุดยอดดด




อันนี้เป็นไส้ชอคโกแลตค่ะ




แพคเกจจิ้งสวยมากค่ะ



ขนมนี้เราลองชิมแล้วอร่อยมาก ข้างนอกกรอบ ไส้นุ่ม มีทั้งสตอเบอรี่ กาแฟ วนิลา และอื่น ๆ 


คริสมาสต์อมยิ้ม


สารพัดชอคโกแลตค่ะ

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

Jirada Deechaiya: ขนมน่าอร่อยที่อิตาลี

Jirada Deechaiya: ขนมน่าอร่อยที่อิตาลี: "ได้มีโอกาสข้ามฟากไป Venezia แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอิตาลี ใช้ชีวิตอยู่ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น อากาศกำลังสบายไม่หนาวจนเกินไป อิตาล..."

Jirada Deechaiya: หน้าบ้านหน้ามอง

Jirada Deechaiya: หน้าบ้านหน้ามอง: "การไปยุโรประหว่างวันที่ 1 - 18 เมย. 2554 ได้มีโอกาสเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้ตัวเอง เราอยู่ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่บ่อยครั้งที่เรามักเห็นกั..."

หน้าบ้านหน้ามอง


การไปยุโรประหว่างวันที่ 1 - 18 เมย. 2554 ได้มีโอกาสเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้ตัวเอง เราอยู่ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่บ่อยครั้งที่เรามักเห็นกันสาดหน้าบ้านที่ดูไม่น่ามอง บางแห่งตัวตึกสวยงาม แต่มีกันสาดที่ดูขัดแย้งไม่กลมกลืน และดูแห้งแล้ง ขณะที่บ้านเรือนในยุโรปหลายประเทศ จะให้ความสำคัญกับหน้าบ้าน มีสวนหย่อม มีไม้กระถางแขวน มีกันสาดที่สวยงามเข้ากับตัวบ้าน หรือตัวตึกแถว มาลองดูกันนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ในการแต่หน้าบ้านของตัวเอง เชื่อว่าไม้เมืองร้อนอย่างบ้านเรา สามารถประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความสดชื่นให้หน้าสำนักงานและหน้าบ้านได้อย่างแน่นอนค่ะ


เป็นสวนหน้าร้านแห่งหนึ่งที่ Venezia อิตาลีค่ะ


          Chamonjx Mont-Blance ฝรั่งเศส ค่ะ 





Paris ค่ะ



พระราชวังแวร์ซายส์ค่ะ


กลับมาที่    Chamonjx Mont-Blance ฝรั่งเศส ค่ะ



                                              
                                            
                                              กันสาดสีม่วงที่น่ารัก เบลเยี่ยมค่ะ






วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

ืทัวร์ไม่หลงไม่รู้

เคยตั้งใจไว้ว่าอยากไปยุโรป ตั้งแต่ยังเด็ก ๆ แต่มีข้อจำกัดหลายเรื่อง ตอนเด็ก ๆ ก็คงเป็นเรื่องงบประมาณ ตอนโตมาก็ต้องทำงาน หาเวลาว่างยาก เกิดมาค่อนชีวิตแล้ว เป็นไงเป็นกันคราวนี้ต้องไปยุโรปให้ได้ เผอิญ พี่ป๋อม กับพี่เล็ก เคยไปยุโรปมาหลายครั้งแล้ว มีความเชี่ยวชาญด้านเส้นทางการขับรถเที่ยวเป็นอย่างดี มาชวน เลยตัดสินใจไปด้วย เตรียมตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว มาลงตัวช่วงสงกรานต์ปีนี้ 1 - 18 เมย. 54 ขออนุญาตลาพักร้อนก่อนล่วงหน้าเป็นเดือน เพื่อทริปนี้ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ถูกตระเตรียมมาอย่างดี พร้อมเพื่อนพ้องน้องพี่รวมเป็น 9 ชีวิต พี่เล็กตั้งชื่อทริปนี้ว่า EUROPE  FASCINATIO ประเทศที่เราไปคือ  Germany-Austrai-Czech Republic-Italia-Swiss-France-Belgium-Netherlands รวม 8 ประเทศด้วยกัน ทุกคนนัดกันว่าห้ามนำกระเป๋าใบใหญ่ไป เพราะเราเช่ารถตู้ และมีส่วนที่เก็บสัมภาระได้ไม่มากนัก จึงควรประหยัดเนื้อที่ พี่ป๋อม ทำหน้าที่ขับรถ มีพี่เล็ก กิตติ แอ๊น และหน่อย รับหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์ ส่วนนอกนั้นเป็นผู้ร่วมทาง ร่วมกิน และร่วมหลับ รวมทั้งเป็นภาระบ้างเล็ก ๆ น้อย ประกอบด้วย พี่วิเชียร บุ๋ม เรโอ และเราเอง 
พี่ป๋อม เป็นหัวหน้าทัวร์ ได้กล่าวกับพวกเราทุกคนว่า "เป้าหมายไม่สำคัญ สำคัญคือมากับใคร การหลงทางบางครั้งอาจทำให้เราได้พบเส้นทางใหม่ แต่อาจเสียเวลาไปบ้างก็ไม่เป็นไร" เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราทั้งคณะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด 9 ชีวิต ต่างที่มาต้องมาอยู่ด้วยกันถึง 18 วัน เที่ยวไป หลงไป แต่ก็มีความสุุข เป็นความทรงจำที่มิรู้ลืม พร้อมแล้วตามมาเลยนะคะ



วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ไม่ปลื้มอาหาร "ฮ่องกง"

อาหารเป็นศิลปของคนชาตินั้น บ่งบอกถึงวัฒนธรรม ชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในชาตินั้น ๆ แต่ลิ้นของคนแต่ละชาติมีการรับรู้รสชาดที่ต่างกัน มีประสบการณ์ดั้งเดิมที่ต่างกัน 
หลายคนชื่นชอบอาหารฮ่องกง บางคนไปเพื่อกินอาหารโดยเฉพาะ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ขอบอกว่ามันเลี่ยนมาก ๆ เลยค่ะ อาหารจีนเมืองไทยรสชาดดีกว่ากันเยอะ รวมทังโจ๊กฮ่องกงด้วย ก็ยังมีอคติว่า รสชาดโจ๊กบ้านเราอร่อยกว่า




ร้านแรกเป็นร้านหม้อไฟ ที่หน้าตาดีแต่ไม่อร่อยค่ะ คนเต็มร้านเลยค่ะ















ร้ัานข้างล่างนี้เป็นร้านโจ๊ก ที่เต็มไปด้วยคนไทย เกือบทั้งร้าน เพราะมีชื่อว่าอร่อยมาก ๆ






โจ๊กก็งั้น ๆ เครื่องใน หรือเนื้อหมูก็ชิ้นใหญ่มาก เหมือนไม่สุก ใครนะบอกว่า โจ๊กฮ่องกงอร่อย 
บ้านเราอร่อยกว่า ข้าวเราก็ดีกว่า รสชาดก็กลมกล่อมกว่าค่ะ ขอยืนยันค่ะ